ประวัติ
 
เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบัน แบ่งเป็น 16
เขตและ 2 อำเภอ เป็นนครที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง เป็นศูนย์การเมือง
วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษาและเขตชุมทางการคมนาคมทั่ว
ประเทศจีน และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศจีนและ
ต่างประเทศเมืองปักกิ่งได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้ปักกิ่งมี
ถนนที่สลับกัน ตึกสูงๆ โดยไม่เพียงแต่รักษาสภาพเมืองโบราณ และ
ยังแสดงถึงสภาพเมืองที่ทันสมัย กลายเป็นเมืองใหญ่ของโลก ปักกิ่ง
เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศจีนรองจากเซี่ยงไฮ้
 
 
ปักกิ่งเป็นศูนย์กลางทางการปกครอง การศึกษา การขนส่ง และ
วัฒนธรรมจีน ในขณะที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้
และฮ่องกง
ภูมิอากาศ
เป็นแบบอบอุ่นกึ่งชุ่มชื้น อยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมเขตอบอุ่น
แบ่งเป็น 4 ฤดู ช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงระยะเวลาสั้นมาก มีฤดู
ร้อนและหนาวที่ยาวนาน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 13 องศาเซลเซียส
อากาศหนาวเย็นที่สุดในเดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด -3.7 องศา
เดือนกรกฎาคมอากาศร้อนจัด อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 25.2 องศา
   
 
การท่องเที่ยว
สนามบินนานาชาติปักกิ่ง อยู่ห่างจากใจกลางเมือง 26 กิโลเมตร วิธีที่ดีที่สุดในการเข้าเมืองคือการนั่งรถบัสจากสนามบินซึ่งราคาค่อนข้างถูก
อีกทางเลือกหนึ่งคือ รถแท็กซี่ หากต่อรองไม่ดีอาจจะได้ราคาแพง ปักกิ่งยังเป็นศูนย์กลางของการเดินทางโดยรถไฟทั่วประเทศ สามารถใช้
บริการได้ที่สถานีรถไฟปักกิ่งและสถานีรถไฟตะวันตก ส่วนรถประจำทางในเมืองปักกิ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัด และยังได้สัมผัสกับ
วิถีชาวเมืองอย่างแท้จริง ส่วนทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการคมนาคมในเมืองปักกิ่งคือ รถไฟใต้ดิน รวดเร็วและราคาถูก วิ่งผ่านจุดสำคัญๆ
ของเมืองเกือบทุกจุด รถประจำทางก็วิ่งทั่วเมืองเช่นกันแต่หากไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร แท็กซี่ก็ไม่แพง
นักและสะดวกสบายโดยเฉพาะในยามค่ำคืน แต่ไม่ควรใช้ในช่วงเร่งด่วนของวัน
 
  กำแพงเมืองจีน   หอเทียนถาน  
 
  สุสาน 13 กษัตริย์   พระราชวังโบราณ  
 
  พระราชวังฤดูร้อน   สนามรังนก โอลิมปิก 2008  
 
กำแพงเมืองจีน
กำแพงเมืองจีน... เปรียบเสมือนมังกรตัวมหึมา ที่ทอดกายจากทะเลหวงไห่ลัดเลี้ยวผ่านห้ามณฑล สองเขตปกครองตนเอง ไปสิ้นสุดลงที่ี
กลางทะเลทรายโกบี ระหว่างทางจะมีการสร้างป้อมขึ้นตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆ หลายแห่ง การสร้างกำแพงนี้ ในครั้งแรกปรากฎอยู่ใน
ในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล แต่แนวทิศทางของกำแพงนี้ถูกกำหนดในช่วง 220 ปีก่อนคริสตกาล โดยจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้ก่อตั้งและปฐมจักร
จักรพรรดิของอาณาจักรจีน พระองค์ทรงบัญชาการสร้างกำแพงนี้ต่อจากกำแพงเดิม เพื่อเป็นเครื่องกีดขวางการรุกรานของชนเร่ร่อนที่
ขี่ม้า ทหาร และชาวนาทั่วอาณาจักรจีนถูกเกณฑ์มาเพื่อก่อสร้าง “กำแพงหมื่นลี้” นี้เป็นเวลาหลายปี ( หนึ่งลี้มีความยาวเท่ากับ 547 หลา
หรือ 500 เมตร ) ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก สร้างด้วยแรงงานคนนับหมื่นนับแสนคน มี ความยาว 6,350 กม. ตัวกำแพง
สูงราว 7 เมตร และกว้าง 6 เมตร ว่ากันว่าหากใช้วัสดุก่อสร้างที่สร้างกำแพงแห่งนี้มาสร้างกำแพงที่มีความหนา 1 เมตร สูง 5 เมตร จะ
ได้กำแพงที่มีความยาวรอบโลก 1 รอบ
 
หอเทียนถาน
ในสมัยโบราณ จักรพรรดิจะเสด็จออกจากพระราชวังหลวงปีละ 2 ครั้ง พร้อมขบวนขันที ข้าราชสำนัก และขุนนางอีกกว่า 1,000 คน
ตรงไปยังหอบวงสรวงสวรรค์เทียนถาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของพระราชวัง ห่างออกไป 3 กิโลเมตร หอบวงสรวงเทียนถาน แห่งนี้ใช้
เวลาในการสร้างถึง 14 ปี สร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับพระบรมมหาราชวัง ในสมัยโบราณใช้เป็นที่สำหรับฮ่องเต้ในการประกอบพระ
ราชพิธี บวงสรวงเทพยดาฟ้าดินของจักรพรรดิจีน ในสมัยโบราณ ว่ากันว่า ณ ที่แท่นบวงสรวงนั้น สามารถส่งเสียงให้ดังไปได้จนถึง
สรวงสวรรค์ พร้อมสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่งดงาม
 
สุสาน 13 กษัตริย์
สุสาน 13 กษัตริย์หรือวังใต้ดินซึ่งใช้เป็นที่เก็บพระศพของจักรพรรดิจีน และพระมเหสี รวม 13 รัชกาล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 40 ตาราง
กิโลเมตร นำชมสุสานใต้ดิน "ติ้งหลิง" ที่เก็บพระศพ และสมบัติล้ำค่าของจักรพรรดิว่านลี่และมเหสีอีก 2 พระองค์ ที่สร้างมาแล้วกว่า 300
ปี ประมาณการก่อสร้างถึง 8 ล้านเหรียญเงิน ใช้คนงานถึง 30,000 คน ระยะเวลาการก่อสร้างถึง 6 ปีเต็ม บริเวณรอบสุสานเป็นที่ตั้งของ
ใช้ในราชสำนักที่ขุดพบภายในสุสาน
 
พระราชวังโบราณ
พระราชวังโบราณ หรือ กู้กง นครต้องห้ามที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ที่มีพื้นที่ถึง 720,000 ตร.ม. วัดโดยรอบกำแพงได้เป็นระยะทางถึง
6 ก.ม. สร้างขึ้นเมื่อราว 600 ปีก่อน มีอาคารและสิ่งปลูกสร้างรวม 800 หลัง ที่นี่เคยใช้เป็นที่ประทับของจักรพรรดิจีนในสมัยราชวงศ์หมิง
และแมนจู รวม 24 รัชกาล หมู่อาคารเครื่องไม้ที่ประกอบด้วยห้องหับต่างๆ ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นห้องแล้วมีมากถึง 8,706 ห้อง ท้องพระโรงที่โอ่
อ่า พระตำหนักว่าราชการและพระตำหนักชั้นใน พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ และที่เก็บเพชรนิลจินดาซึ่งประมาณค่ามิได้ พร้อมเครื่องใช้ใน
ราชสำนักที่หาชมได้ยาก
 
พระราชวังฤดูร้อน
พระราชวังฤดูร้อน "อี้เหอหยวน" อุทยานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ซึ่งงดงามด้วยสถาปัตยกรรมในรูปแบบต่างๆ ได้รับการออกแบบโดย
จักรพรรดินีซูสีไทเฮาผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง สถานที่ตระการตา ( แต่มีราคาค่าก่อสร้างที่สูงมาก ) เสร็จในปี ค.ศ. 1888 นำชมความงามอันวิจิตร
และใหญ่โตโอฬารของพระราชวังที่ประกอบไปด้วยทะเลสาปจำลอง ( เก๋งจีน ) ระเบียงยาว เจดีย์ที่สวดมนต์ สะพานหินละเรือหินอ่อน สร้าง
ขึ้นครั้งแรกเมื่อราว 800 ปีก่อน ประกอบภาพเขียนสีเป็นเรื่องราวเทพนิยายต่างๆ ของจีนที่ไม่ซ้ำกันเลยเป็นจำนวนถึง 8,000 กว่าภาพ เคย
ถูกรุกรานถึงสองครั้ง เมื่อตอนกองทัพพันธมิตรบุกยึดเมืองปักกิ่ง
 
สนามรังนก โอลิมปิก 2008
ปักกิ่งสเตเดี้ยม หรือ เมนสเตเดี้ยม ของปักกิ่งเกมส์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Beijing National Stadium ถือเป็นสนามกีฬาดาวเด่น
ในการแช่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ เนื่องจากใช้ประกอบพิธีเปิดและพิธีปิดโอลิมปิก อีกทั้งยังใช้จัดการแข่งขันกีฬาบางประเภท เช่น กรีฑา
ฟุตบอล อีกด้วย ทั้งนี้ ภายหลังการแข่งขันโอลิมปิก 2008 แล้ว สนามแห่งนี้จะใช้เป็นสนามแข่งขันระหว่างประเทศ หรือกิจกรรมทางกีฬา
อื่นๆ ส่วนที่เรียก ปักกิ่งสเตเดี้ยม ว่า "สนามรังนก" (Bird's Nest) นั้น เพราะลักษณะของสนามมีการออกแบบให้ดูคล้าย "รังนก" โดยใช้
โครงเหล็กมาสอดประสานทับกันไปมา จนดูคล้ายรังนกขนาดใหญ่ จุผู้ชมได้ 91,000 ที่นั่ง (หลังโอลิมปิกจบลงจะลดลงเหลือเพียง 85,000
ที่นั่ง) ภายในมีที่นั่งสำหรับผู้ชมด้วยความสูงที่ลดหลั่นกันไป 7 ชั้น ส่วนบนของหลังคาเป็นเยื่อโปร่งแสง ซึ่งมีความ คงทนต่อการสึกกร่อน
เดิมทีจะมีหลังคาเปิด-ปิด แต่ด้วยต้นทุนที่สูงและเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ทำให้จีนสั่งยกเลิกการสร้างหลังคาแบบเปิด-ปิดไป อย่างไรก็ตาม
ส่วนหนึ่งที่นำเอา "รังนก" มาทำเป็นแบบ เพราะรังนกเป็นอาหารยอดนิยมของชาวจีน และบ่งบอกว่าอยู่ในประเทศจีน โดยรูปแบบของสนาม
เป็นเหมือนกับการสานของรังนก ที่ใช้แท่งเหล็กสานต่อกันไปมาจนกลายเป็นรัง ซึ่งแนวความคิดการออกแบบรังนกจะมีลักษณะเป็นวงกลม
3 รอบ คือ ด้านนอก แกนกลาง และด้านใน โดยแต่ละวงกลมจะช่วยพยุงซึ่งกันและกัน
 
Main Page   |   ตั๋วเครื่องบิน   |   New Promotion   |   Hotel Booking   |   How To Pay   |   Contact Us