ประวัติ
 
หรือที่เรียกในภาษาเยอรมันว่ามึนเชน (Munchen) เป็นเมืองใหญ่
อันดับสามของประเทศเยอรมนี เป็นศูนย์กลางธุรกิจและคมนาคมใน
เยอรมนีตอนใต้ เป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) หรือ บา
เยิร์น (Bayern) ในภาษาเยอรมัน ซึ่งมีพรมแดนติดเทือกเขาแอลป์
รัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยกษัตริย์มาก่อน ก่อนที่จะ
ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี จึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒน
ธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อซึ่ง
ได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์
 
 
ภูมิอากาศ
เมืองมิวนิคได้รับอิทธิพลเต็มๆ จากเทือกเขาแอลป์ ในฤดูใบไม้ผลิอาจ
มีทั้งฝนตกแดดออกหรือแม้กระทั่งหิมะโปรยปราย และตั้งแต่เดือนนี้
จนถึงเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงร้อนที่สุดของปีอาจมีฝนตกฟ้าคะนอง
สถานที่ท่องเที่ยว
จุดท่องเที่ยวในเมืองมิวนิกส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองเก่า และศูนย์กลาง
ของเขตเมืองเก่าเรียกว่า จัตุรัสมาเรียนปลัตส์ (Marienplatz) เป็นที่พบ
ปะชุมนุม ติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า มานานหลายศตวรรษ ปัจจุบัน
เป็นลานกว้างสำหรับคนเดิน ตรงกลางจัตุรัสมีเสาพระแม่มารีทองคำซึ่ง
เป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้
   
 
 
  เทศกาล Oktoberfest   สนามฟุตบอลอลิอันซ์-อรีนา  
 
  Frauenkirche โบสถ์แม่พระอายุห้าร้อยปี   Glockenspiel  
 
  Alte Rathaus   Theatinekirche (St.Cajetan's Church)  
 
  ตลาดวิกชัวเลียน   จตุรัสมาเรียน (Marienplatz)  
 
จตุรัสมาเรียน (Marienplatz)
ซึ่งตั้งชื่อตามรูปปั้นพระแม่มารีสีทอง (Mariensaule) บนเสาสูงที่ตั้งตระหง่านกลางจัตุรัสมาตั้งแต่ปี 1638 ทั้งนี้เพื่อเป็นการขอบคุณเซนต์แมรี่
นักบุญแห่งแคว้นบาวาเรียที่ช่วยให้มิวนิคหลุดพ้นจากการครอบครองของกองทัพสวีเดน
 
Frauenkirche โบสถ์แม่พระอายุห้าร้อยปี
มีหอคอยคู่เป็นสัญลักษณ์ ตัวโครงสร้างของโบสถ์ที่ก่อด้วยอิฐนั้นสร้างในปี 1468 แต่หอคอยคู่ทรงหัวหอมสไตล์เรอเนสซองต์นั้นมาต่อเติมในปี
1525 ภายในโบสถ์ตกแต่งอย่างหรูหรา ผู้เข้าไปเยือนไม่ควรพลาดชมรูปปั้นเซนต์เจมส์ฝีมือ Erasmus Grasser และสถูปที่ทำจากบรอนซ์และ
หินอ่อนสีดำซึ่งอุทิศให้พระเจ้าลุดวิกที่สี่ทางด้านขวาของประตูทางเข้า
 
Glockenspiel
หอนาฬิกาสูง 85 เมตรมีระฆัง 43 ใบ ซึ่งแต่ละวันจะตุ๊กตา 32 ตัวรูปร่างเกือบเท่าจริงออกมาเริงระบำเคลื่อนไหวเหมือนเล่นม้าหมุนเป็นตัวแทน
เล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ด้านบนเป็นเรื่องพิธีอภิเษกสมรสระหว่างดยุกวิลเฮมและดัชเชสแห่งลอร์เรน (Duke Wilhelm V and Renata
of Lorraine) ส่วนด้านล่างเป็นการเต้นรำสมัยโบราณ
 
Alte Rathaus
ที่สร้างขึ้นในปี 1480 โดย Jorg von Halsbach (คนเดียวกับที่สร้างโบสถ์ Frauenkirche นั่นแล) ศาลาว่าการเมืองหลังเก่าแห่งนี้ถูกต่อเติม
มาหลายยุคสมัย จนกลายเป็นอาคารในสไตล์นีโอโกธิกไปในที่สุด ส่วนประตูโค้งใต้อาคารนั้นเพิ่งมีในปี 1934 เพื่อช่วยให้การสัญจรผ่านไปมา
สะดวกขึ้น ตัวอาคารส่วนใหญ่เสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการบูรณะขึ้นใหม่และบางส่วนถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ของเด็กเล่น ส่วน
เก่าแก่ของอาคารที่เหลือตกทอดมาถึงปัจจุบันคือหอคอยอันเคยเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมือง
 
Theatinekirche (St.Cajetan's Church)
โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1662 และออกแบบโดย Antonio Barelli of Bologna เพื่อให้เป็นบาซิลิกาแบบไฮบารอคที่สวยที่สุดของมิวนิคตาม
ความปรารถนาของ Elector Ferdinand Maria และภรรยาเพื่อขอบคุณที่ได้ให้กำเนิดทายาทที่เฝ้ารอมานาน แท่นบูชาด้านในเป็นโครงสร้าง
เสาหินประดับรูปปั้นนักบุญอุปถัมภ์ทั้งสี่ของตระกูล ห้องใต้ดินมีหีบศพของกษัตริย์แมกซิมิเลียนที่ 2 ทำด้วยหินมหึมาและโลงศพทำด้วยบรอนซ์
ของราชวงศ์วิทเทลส์บาค
 
ตลาดวิกชัวเลียน
(Victualian Markt) จัดตั้งขึ้นโดยพระเจ้าแม็กซิมีเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ. 1807 เป็นตลาดนัดกลางแจ้ง อยู่ใกล้ ๆ กับมาเรียนปลัตส์ ทั้งชาวมิวนิค
และนักท่องเที่ยวต่างนิยมมาเดินเที่ยวหาซื้อของที่ระลึก หรือหาอาหารรับประทาน มีทั้งผักสด ผลไม้นำเข้า ชีส ฮอตด็อกไส้กรอก
 
เทศกาล Oktoberfest
จัดขึ้นทุกปีปลายเดือนกันยายนไปจนถึงวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมเป็นเวลาสองสัปดาห์ มีคนมาร่วมงานเฉลี่ยถึง 6 ล้านคนในแต่ละปีงานนี้
จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1810 เพื่อเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายลุดวิกที่ 1 (ซึ่งต่อมาคือกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 ผู้เป็นพระอัยกา (ตา) ของ
กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ผู้สร้างปราสาทนอยชวานสไตน์ในตอนที่แล้ว) กับเจ้าหญิง Therese von Sachsen-Hildburghausen หลังจากนั้นจึงจัด
เป็นเทศกาลรื่นเริงขึ้นเป็นประจำต่อมาทุกปี
 
 
 
 
Main Page   |   ตั๋วเครื่องบิน   |   New Promotion   |   Hotel Booking   |   How To Pay   |   Contact Us