ประวัติ
 
เป็นเมืองหลวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
ว่าเป็น“เวนิสทางเหนือของยุโรป”ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล(Amstel)
เริ่มก่อตั้งประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด
ของเนเธอร์แลนด์ ีประชากรในเขตตัวเมืองประมาณ742,000 คน
แต่ถ้านับรวมประชากรในเขตเมืองโดยรอบทั้งหมดจะมีประมาณ1.5
ล้านคน (ข้อมูลปี 2005)อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองศูนย์กลางทางประวัติ
ศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรปโดยเฉพาะช่วงคริสต์ศตวรรษ
ที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของเนเธอร์แลนด์
 
 
ภูมิอากาศ
ภูมิอากาศ เย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 18.3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ
ต่ำสุดเฉลี่ย 2.6 องศาสเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 797 มิลลิเมตร
สถานที่ท่องเที่ยว
อัมสเตอร์ดัม
“อัมสเตอร์ดัม” ชื่อนี้มีที่มาอันน่าสนใจ มาจากคำ 2 คำ คือ อัมสเตล แม่
นํ้าอัมสเตล บวกกับคำว่า ดัม ที่แปลว่าเขื่อนซึ่งเมื่อรวมความแล้วก็หมาย
ถึง “เขื่อนที่อยู่ริมเเม่นํ้าอัมสเตล”อันมีจุดกำเนิดมาตั้งแต่ตอนต้นศตวรรษ
ที่ 13 อัมสเตอร์นั้นถือว่าเป็นเมืองที่มีลักษณะพื้นที่เป็นเกาะมีคูคลองล้อม
รอบเมืองถึง 4 ชั้น ที่ถูกขุดขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 17 มีความยาวรวมกัน
กว่า100 กม.เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้ารวมถึงเป็นคูเมือง
   
 
 
  อัมสเตอร์ดัม   บรรยากาศของเรือนแพในคลอง  
 
  คลองอัมสเตอร์ดัม   สวน Keukenhof  
 
  ภาพดอกทานตะวันของแวนโกะห์   ล่องเรือหลังคากระจกเที่ยวชมคลองในอัมสเตอร์ดัม  
 
  สถานีรถไฟกลาง   พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซด์  
 
  พิพิธภัณฑ์ไรค์   พระราชวังหลวง  
 
 
 
เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรู มีประตูกันน้ำถึง 16 แห่งด้วยกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเรียกว่าอัมสเตอร์ดัมนี้เป็นเมืองแห่งคลอง และนักท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่นี่แล้วจะต้องไม่พลาดกิจกรรมทัวร์ที่ถือว่าป็น ไฮไลต์ของการเที่ยวอัมสเตอร์เลยก็คือ การล่องเรือหลังคากระจกเที่ยว
ชมคลองในอัมสเตอร์ดัม การล่องเรือหลังคากระจกเที่ยวชมคลองในอัมสเตอร์ดัม ลัดเลาะล่องไปตามลำคลองน้อยใหญ่ เพื่อชมทัศนียภาพ
ของเมือง ชมตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่ริมคลองอันมีเอกลักษณ์ที่สวยงามแปลกตา ซึ่งบ้านริมคลองเหล่านี้จะมีส่วนหน้าบ้านไม่กว้างมากนัก
และสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสเปน ผสมกับ เรอเนสซองส์ ตัวตึกใช้อิฐแดงก่อแบบไม่ฉาบปูน ตกแต่งเป็นภาพปูนปั้นเทพเจ้ากรีกอย่าง
สวยงาม และหน้าจั่วมีไม้ยื่นออกมา เพื่อแขวนลอกไว้ชักลอกสิ่งของเข้าบ้านทางหน้าต่าง เพราะหน้าบ้านแคบและประตูก็เล็ก และในลำ
คลองยังมีเรือนแพรที่เป็นที่อยู่อาศัยอีกด้วย
สถานีรถไฟกลาง (Centraal Station)
ที่นี่เป็นสถานีรถไฟอันสวยงามที่ตั้งอยู่ตรงชายฝั่งอ่าวไอย์ (ij) สร้างขึ้นในปีค.ศ.1889เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนสซองส์ผสมผสาน
กับสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิกที่สวยงามและยิ่งใหญ่ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อด็อกเตอร์ เกาเปอร์(Dr. Cuypers)เป็นคนเดียวกับที่ออก
แบบสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไรค์มิวเซียมสถานีรถไฟแห่งนี้ใหญ่โตโอฬารสร้างบนเสาเข็มจำนวนถึง8,657 ต้น ที่หน้าตึกจะมีนาฬิ
กาเรือนใหญ่อยู่ 2เรือน เรือนทางซ้ายบอกทิศทางลม ส่วนเรือนทางขวาบอกเวลาและจากสถานีรถไฟแห่งนี้เราสามารถที่จะเดินทางไปสู่ทุก
ประเทศในยุโรปได้เลยและที่สำคัญยังเป็นจุดรวมของรถรางรถเมล์ทุกสายที่ใช้ในอัมสเตอร์ดัม และรอบนอกใกล้กับ สถานีรถไฟทุกแห่งอีก
ด้วย เรียกว่าเป็นจุดการเดินทางหลักที่สำคัญของเมืองอัมสเตอร์ จึงทำให้ที่นี่จอแจไปด้วยผู้คนมากมาย
 
ดัมสแควร์ (Dam Square)
เป็นลานกว้างขนาดใหญ่ ที่มีสถานที่สำคัญๆตั้งอยู่มากมาย อย่างมุมหนึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ใหม่ที่สร้างขึ้นในตอนปลายศตวรรษที่ 14 และ
ผ่านการบูรณะซ่อมแซม ปรับปรุงจนถึงสร้างใหม่ หลายต่อหลายจนมีความสวยงามน่าชมเป็นอย่างยิ่ง และก็จะเห็นอนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพ
เป็นรูปทรงกรวยสขาวสูงประมาณ 70 ฟุต สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1956 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2
 
พระราชวังหลวง (Koninklijk Plaeis)
หรือ วังหลวง ที่ครั้งแรกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1655 มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ว่าการอำเภอสร้างโดยสถาปนิกที่ชื่อ ยาคอบ ฟาน กัมเปน ตรง
หน้าจั่วของตึกแห่งนี้มีรูปปูนปั้นที่สวยงามเป็นรูปเทพีแห่งทะเล และสัตว์ในเทพนิยายกรีกภายในเป็นห้องโถงกว้างปูด้วยหินอ่อนเป็นรูปลูก
โลกขลิบด้วยทองเเดงสวยงามเพดานวาดเป็นรูปภาพจักรวาล แต่ต่อมาในปีค.ศ. 1801หลังจากที่เนเธอร์แลนด์ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส
ได้ใช้เป็นพระราชวังที่ประทับของพระเจ้าหลุยส์ โบนาปาร์ตน้องชายของนะโปเลียน โบนาปาร์ตจนถึงปีค.ศ. 1810เมื่อฝรั่งเศสหมดอำนาจ
ลงก็ยังคงใช้เป็นพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์เนเธอร์แลนด์ในปีค.ศ.1967 สมเด็จพระราชินีนาถจุเลียนาได้ทรงย้ายไปประทับอยู่ที่เมือง
เฮกจึงมีการซ่อมแซมพระราชวังแห่งนี้ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวังหลวงที่วิจิตรงดงามไปด้วยสถาปัตยรรมแบบยุโรป
 
กาลเวอร์ สตราท (Kalver Straat)
เป็นถนนชอปปิ้งสายสำคัญของคนอัมสเตอร์ดัม และของนักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งถ้าใครเป็นนักท่องเที่ยวขาชอปตัวยงมีหวังได้หมดกระเป๋ากัน
เป็นแน่ เพราะถนนสายนี้จะคลาคล่ำไปด้วยร้านรวงที่ขายของและสินค้าของที่ระลึกให้เลือกซื้อหาเป็นของขวัญของฝากอย่างมากมาย
 
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซด์ (Madame Tussauds Scenerama)
ตั้งอยู่ชั้นบนของห้าง สรรพสินค้าPeek&Cloppenburgภายในจัดเป็นนิทรรศการหุ่นขี้ผึ้งที่มีชีวิตชีวา หุ่นทุกตัวดูราวมีชีวิตสมจริงมากๆ
มีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอัมสเตอร์ดัม รวมทั้งหุ่นขี้ผึ้งของบุคคลสำคัญต่างๆ มากมายให้เราได้กระทบไหล่ประชิดตัว(หุ่น)
จริงๆ กันแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นนักร้องชื่อดังอย่าง บียอนเซ่, เอลวิส เพรสลี่, จัสติน ทิมเบอร์เลค ผู้นำระดับโลกก็มี บารัค โอบามา
ประธานาธิบดีUSA. , องค์ทาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของฑทิเบต เป็นต้น และมีหุ่นดาราฮอลลีวูดให้แอ็คท่าถ่ายรูปคู่ด้วย อาทิ แองเจ
ลินา โจลี, แบรด พิตท์, เจนนิเฟอร์ โลเปซ, มาริลิน มอนโร และหุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญต่างๆ อีกมากมาย
 
พิพิธภัณฑ์ไรค์ (Rijksmuseum)
หรือ ไรค์มิวเซียม ถือว่าเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1885เพื่อเป็นที่รวมรวบผลงานศิลปะของเนเธอร์แลนด์ทุกแขนง
ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายกับ ตึกสถานีรถไฟสร้างด้วยอิฐสีเเดงสไตล์นีโอโกธิก ภายในพิพิธภัณฑ์อันกว้างใหญ่มีทั้งหมด 260 ห้อง จัดเก็บ
รวบรวมภาพเขียนของจิตรกรชาวดัตช์ผู้มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่19 อย่างจิตรกรที่คนไทยรู้จักกันดีคือ เรมบรันด์ (Rem
brandt) ผู้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากภาพ The Night Watch ซึ่งแขวนอยู่ในห้องโถงใหญ่ด้านหน้าและยังมีภาพอีกกว่า 200 ภาพของเขา
แขวนอยู่ในนี้ด้วย รวมไปถึงภาพเหมือนจากศตวรรษที่ 16 งานเซรามิก พอร์ซเลน และประวัติศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์ในห้องประวัติศา
สตร์ชั้นล่าง และมีภาพสำคัญอยู่ภาพหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ควรพลาดชมก็คือ ภาพวาดกรุงศรีอยุธยา ที่วาดขึ้นโดยนักเดินเรือนนิร
นามชาวฮอลันดา ชื่อภาพโยเดีย (Iodla) และประวัติศาสตร์การเดินเรือของกลุ่มดัตช์ อีสต์ อินดีส คัมปานี(Dutch East Indles Compa
ny หรือ V.O.C) เรียกว่าใครที่ชื่นชอบงานด้านศิลปะและประวัติศาสตร์รับรองว่ามาที่ไรค์มิวเซียมนี้แล้วจะเพลิดเพลินเดินชมกันได้ทั้งวัน
 
พิพิธภัณฑ์แวะโกะห์ (Van Gogh Museum)
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงผลงานของแวนโกะห์ไว้มากที่สุด และเห็นถึงพัฒนาการในงานศิลป์ของเขามีภาพวาดสีน้ำมันของแวนโกะห์ จิตร
กรแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ชาวดัตช์ในสมัยศตวรรษที่ 19 ตั้งแสดงอยู่ถึง 200 ภาพและมีงานสเก็ตช์ดรออิงเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของแวนโกะห์
รวมทั้งภาพของโมเนต์ (Monet) และโกแกง (Gauguin) ตั้งแสดงอยู่ด้วย และภาพวาดที่มีชื่อเสียงของ แวนโกะห์ที่ไม่ควรพลาดไปชมก็มี
ภาพสาวน้อยที่สะพานบาง, ภาพดอกทานตะวัน, The Potato, Still Life with Sunflower และ Cornfield with Crow เป็นต้น และภาพ
วาดอื่นๆ อีกมากมาย
 
 
Main Page   |   ตั๋วเครื่องบิน   |   New Promotion   |   Hotel Booking   |   How To Pay   |   Contact Us